แอ่วภาคเหนือ – สัมผัสความหนาวเบาๆ ที่เชียงใหม่

มาอีกแล้ว 555555 กับมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งปี ไปกระบี่ก่อนหน้ายังไม่ได้เขียนเลย มารอบนี้ขอลัดคิวกับทริปท่องเที่ยวเชียงใหม่ก่อนเลย หลักๆ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก เพิ่งไปมา อินเนอร์ยังมีอยู่ต้องรีบเท 555555

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว เราน่าจะได้เห็นมหกรรมการลดราคาของสายการบินใหม่ นั้นคือ Vietjet Airline สายการบินสัญชาติเวียดนาม ที่จัดโปรโมชั่น 0 บาท ให้ได้กระหน่ำจองกันทั้งประเทศ 5555 ด้วยความไว หลังเปิดให้จอง รอบนี้ผมก็ได้จัดตั๋วมา 4 ใบในราคา ใบละ 181.90 ในระหว่างเดือนมีนาคม 2560 และผลลัพธ์ที่ได้คือ ทริปแอ่วเหนือ กินเที่ยว เปรี้ยวที่ “เชียงใหม่” นี่หละเจ๊าาาาาาาา

รู้สึกอะไรไหมครับ? หลังจองเสร็จก็เพิ่งคิดได้ว่า เห้ยยย เดือนมีนา…มีนา.. มีนาคม มันหมดหน้าหนาวแล้วนี่หวาาาาาา ตายละ เอาไงดีสุดท้ายก็ดองทริปไว้ จนกระทั่งใกล้วันเดินทาง 2 วันถึงได้เตรียมตัวว่าจะไปที่ไหนบ้าง

ดังนั้น ทริปนี้จะชี้เป้าสำหรับคนที่อยากเที่ยวในเมืองเชียงใหม่ แต่ไม่รู้จะไปที่ไหนดีน้าาา ออกไปนอกเมืองบ้างบางวัน การเดินทางครั้งนี้มีผู้ร่วมทริป 4 คนนั้นคือ ป๋าแต แม่เกษ กอล์ฟเองแล้วก็เรโกะ อิอิ มาเริ่มกันเลยที่วันแรก

แหกขี้ตา มุ่งหน้าหาแกรนแคนย่อน – 23 มีนาคม 2560

เนื่องจากสายการบิน Vietjet Airline เองถือว่าเป็นสายการบินต่างชาติที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในบ้านเราได้ไม่นาน และด้วยความที่เพิ่งเปิดใหม่นี่เอง Vietjet Airline เลือกใช้สุวรรณภูมิเป็น Hub เพราะที่นั่นเองมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสายการบินต่างชาติมากกว่าที่ดอนเมืองอยู่หละ ดังนั้นการให้บริการจะยังอยู่ในวงแคบอยู่เดินทางไปขึ้นเครื่องอาจจะลำบากนิดๆ นะถ้า Flight เช้ามืด

ผมอะอยู่รังสิต การจะไปขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิเลยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการเดินทางไปให้ถึงเช้ามืดเนี้ย เลยมีตัวเลือกให้ดังนี้

  • ขับรถไปเองและจอดรถที่อาคารจอด เค้าคิด 250 บาท/วัน
  • ไป Taxi (Meter) ซึ่งตัวเลือกนี้ผมตัดไปอันแรกเลย
  • GrabCar, Uber สำหรับอันนี้ Uber หายากมากครับที่รังสิต แต่ใครอยู่ในเมืองบอกเลย สบายแฮ ส่วน GrabCar ก็ลองกดๆ ดูแล้วกันน่าจะเยอะกว่า Uber อยู่มั้งช่วงนี้

หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ตัดสินใจขับรถไปเองครับ แล้วจอดรถที่บ้านญาติ (แถวบางนา) ซึ่งต้องขอขอบคุณน้าวัลย์มากเลยครับที่อนุเคราะห์ให้ไปแอบจอดรถที่บ้าน อิอิ

สนามบินสุวรรณภูมิ
สนามบินสุวรรณภูมิ

ออกจากบ้านราวๆ 3.30 น. ครับ แวะรับเรโกะและถึงสนามบินราวๆ เกือบ ตีห้า แนะนำอย่างสุดซึ้งเลยนะครับ หาของกินก่อนเข้ามาครับ หรือใครเข้ามาแล้วเช็คอินเสร็จ ลงไปชั้น 1 ไปหาของกิน ก่อนเข้าสู่อาคารผู้โดยสารนะครับ เพราะข้างในราคาค่าอาหารแพงหูฉีกกกกกกก 555555 ส่วนตัวไม่โดนครับ เพราะมีรองท้อง กะไปทานหนักที่ เชียงใหม่เลย

สายการบินนี้เวลาที่แจ้งใน Itinerary กับ Boarding Time จะไม่เหมือนกันนะครับ Boarding Time จะเร็วกว่าราวๆ ครึ่ง ชม. เท่าที่สังเกตุไปและกลับ เช่น ใน Itinerary เขียนว่าเครื่องออก 7.05 เอาเข้าจริงๆ 6.30 น. เค้าขึ้นเครื่องหมดละครับ เพราะผมนั่งมองนาฬิกาว่าคนข้างๆ จะมาไหม ถ้าไม่มีใครสวมรอยนั่งติดหน้าต่างแทน 555555555 ใครที่เพิ่งขึ้นสายการบินนี้ครั้งแรกแนะนำให้มาก่อน 2 ชม. หนะ ดีแล้ว

สายการบินนี้ใช้เครื่องยอดฮิต Airbus เหมือน AirAsia หรือสายการบินอื่นๆ เลยครับ เครื่องใหม่พอควร ถือว่าใช้ได้

เมื่อขึ้นเครื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มุ่งหน้าสู่ เชียงใหม่ กันเลยเจ้าาาาา

@ Chiang Mai

หลังลงเครื่องเสร็จ ผมเรียก Uber เลยคับ เพราะตอนอยู่ กทม. ใช้บ่อยมาก เนื่องจากราคา ความสะดวกสบายมากกว่า Taxi ไทยหลายเท่านักก 55555 แต่พอเรียกดันโดนปฏิเสธ เหตุผลก็เพราะ ….. นั่นหละครับ คนขับเค้ากลัวกันเพราะเท่าที่ได้คุยกับคนขับ ส่วนใหญ่ ที่เชียงใหม่นี่ เค้าสู้กันดุเดือดมากครับ มีลงมีล้อม ขู่กันเลยทีเดียว เลยต้องจำใจ นั่งรถแดงออกไปครับ ต่อจนได้ราคา คนละ 20 บาท -*- มุ่งหน้าไปร้านไข่กระทะเลิศรถ (https://goo.gl/Y0aCz3)

นั่นหละครับเมื่อไปถึง ร้านปิด!!!!!! WTF ใครจะไปคิดหละครับ มาเชียงใหม่ทั้งที ร้านดันปิดตรงงกับวันที่เราจะมาอีก ในเลยก็คิดว่าเอาไงดี วันแรกก็พาพ่อแม่มาลำบากแล้วกรุ 5555 พอผ่านต่อมาได้ซักเพราะ ดันเจอเพื่อนเรโกะ ที่มาฝึกงานอยู่ที่เชียงใหม่ครับ โชคดีมาก ซึ่งน้องเค้าบอกว่า เดินต่อไปอีกหน่อยจะมีอีกร้าน อร่อยเหมือนกัน

หลังเดินมาเรื่อยๆ ก็เลยตกลงปลงใจกินร้านดังนี้แทนครับ โจ๊คต้นพยอม (https://goo.gl/l8vcJs) เค้าบอกร้านนี้ดังและอร่อย ก็ถือว่ารอดตัวไปสำหรับข้าวเช้า

โจ๊คต้นพยอม
โจ๊คต้นพยอม
เต้าหู้ทอด - โจ๊คต้นพยอม
เต้าหู้ทอด – โจ๊คต้นพยอม

พอทานเสร็จ อิ่มหน่ำสำราญแล้วก็ มุ่งหน้าไปที่พักเลยครับ กับ Chalnatt Hotel (https://goo.gl/Cz9OoF) จะบอกว่าเห็นโรงแรมนี้ใน Agoda แล้วน่าไปโดนมาก ใครชอบโรงแรมสไตล์ Loft ยุคใหม่ๆ นี่ห้ามพลาดเลย ตอนจองได้ราคาอยู่ที่ห้องละ 1200 บาท รวมค่าอาหารกลางวันแล้วจ้า ที่สำคัญอยู่ใจกลางงงงงงย่าน “นิมมาน เหมินทร์” อู้วววว เริศ!!!

Chalnatt Hotel @ นิมมาน เหมินทร์
Chalnatt Hotel @ นิมมาน เหมินทร์

แต่ก็ยังไม่ได้เช็คอินนะครับ เพราะพึ่งจะ 11 โมงกว่าๆเอง เพราะยังไม่เลยเที่ยง ทางโรงแรมเปิดให้ Check-in ได้ก็ราวๆ บ่ายโมงโน้นเลย ดังนั้นเลยต้องฝากของกันก่อนครับ หลังจากฝากของเสร็จ ก็ไปลุยกันที่ที่เที่ยวแรกกันเลยครับ นั้นก็คือ ‘แกรนแคนยอน หางดง‘ (https://goo.gl/V8LnMS) ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานานแล้วครับ วันนี้จะได้ไปกันเสียที !

ขั้นตอนการไปก็เหมือนเดิมครับ อูเบอร์ 555 จากที่พักไปแกรนแคนยอนไม่นานเท่าไรครับ ประมาณ 30 นาที แถมพี่คนขับยังใจดีและคุยสนุกมากๆอีกครับ พี่เขาบอกว่า ก็ยังไม่เคยไปเหมือนกัน ถือว่าได้ไปเที่ยวด้วยพอดี โชคดีกันไปเลยครับ หลังจากถึงแล้ว พี่คนขับก็ให้เวลาเดินเล่นเต็มที่เลยครับ อ่อ ลืมบอกไป พี่เค้าชื่อ กระแต นะครับ ชื่อเดียวกับคุณพ่อผมเลย 555

สำหรับการเข้าชม เสียค่าเข้าชม 50 บาท/คน นะครับ ก็ไม่ถูกไม่แพงครับ สำหรับผมกำลังดีเลย หลังจากซื้อตั๋วเสร็จแล้ว ก็เดินเข้าไปชมแกรนแคนยอนได้เลยครับ

แกรนด์ แคนยอน - เชียงใหม่ (หางดง)
แกรนด์ แคนยอน – เชียงใหม่ (หางดง)

แท่นแทนแท๊น … ใหญ่กว่า และอลังการกว่าที่คิดไว้มากครับ สวยมาก น้ำสีเขียวมรกตมากเลยครับ และร้อนมากด้วย 55 น้ำน่าเล่น และสามารถลงเล่นได้ด้วยนะครับ แต่ผมก็ไม่ได้ลงเล่นครับ เพราะไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนก็ขอชมเพียงอย่างเดียวละกันครับ

เจ้าเรโกะ @ แกรนด์ แคนยอน - เชียงใหม่ (หางดง)
เจ้าเรโกะ @ แกรนด์ แคนยอน – เชียงใหม่ (หางดง)

ที่นี่จะแบ่งเป็นหลายส่วนนะครับ หลายประตูทางเข้า แต่ละทางเข้าจะคนละส่วนกันเลย ฉะนั้น ก่อนเข้า เลือกให้ดี บางประตูสามารถเล่นเครื่องเล่นได้ด้วย บางประตูมีปืนผา ศึกษาก่อนเข้าชมนะครับแนะนำไว้ก่อน

หลังจากเดินชมกันไปได้เกือบๆ 40 นาที ทนร้อนไม่ไหวครับ ก็ได้กลับมายังจุดที่ได้นัดพี่กระแตเอาไว้ตอนแรกครับ กำลังคิดกันอยู่ว่าจะไปไหนกันต่อดี พี่กระแตก็เสนอให้ไปไหว้หลวงพ่อทันใจครับ เห็นว่าเป็นหลวงพ่อที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆของชาวเชียงใหม่ และสามารถขอพรอะไรก็ได้ 1 อย่าง และหากสมหวังก็อย่าลืมนำดอกมะลิมาถวาย 50 พวงขึ้นไปนะครับ

แวะกราบไหว้หลวงพ่อทันใจก่อน
แวะกราบไหว้หลวงพ่อทันใจก่อน

หลังจากไหว้หลวงพ่อทันใจเสร็จ ก็ไม่สามารถไปไหนต่อได้เลยครับ เพราะอากาศที่ร้อนมาก หน้าแดงกันหมดทุกคนเลยครับ คนที่นี่เค้าบอกว่าช่วงเช้าจะเย็นมาก พอตกกลางวันจะเหมือนอยู่คนละโลก เลยตัดสินใจ เข้าที่พัก เพื่อเช็คอินก่อนครับ ข้อดีของโรงแรมนี้อย่างที่บอกคืออยู่ใจกลาง นิมมาน ดังนั้น การจะหาของกินหนะหรอ ง่ายยิ่งกว่าหาห้องน้ำแถวนั้นอีก ฮึๆ

Chalnatt Hotel @ นิมมาน เหมินทร์
Chalnatt Hotel @ นิมมาน เหมินทร์
Chalnatt Hotel @ นิมมาน เหมินทร์
Chalnatt Hotel @ นิมมาน เหมินทร์

ว่าแล้วก็บอกกับเรโกะว่าหิวข้าว แล้วก็พาพ่อกับแม่เดินมานี่เลยครับ “ข้าวซอยนิมมาน” (https://goo.gl/ZNPdxY) (ประมาณ 250 เมตรจากโรงแรม) ตัวร้านดูตกแต่งสวยตามสไตล์ภาคเหนือ

ข้าวซอย นิมมาน - เชียงใหม่
ข้าวซอย นิมมาน – เชียงใหม่
ข้าวซอย นิมมาน - เชียงใหม่
ข้าวซอย นิมมาน – เชียงใหม่
ข้าวซอย นิมมาน - เชียงใหม่
ข้าวซอย นิมมาน – เชียงใหม่

ราคาอาหารถือว่า ค่อนข้างจะสูงกว่าปกตินิดนึงครับ แต่ก็ยังเบิ้ลอยู่ดี 555555

ข้าวซอย นิมมาน - เชียงใหม่
ข้าวซอย นิมมาน – เชียงใหม่

สำหรับรายการอาหารนี้แทบไม่ต้องปรุงเลยครับ ที่สำคัญรสชาติจัดจ้านมาก -0- ชอบเลยหละ แถมได้ทานกับโค๊กเย็นๆ นะ หืมมมมมม…. อร่อยมาก คนชอบอาหารรสจัดไม่ควรพลาดนะครับ

กินเสร็จก็เดินกลับโรงแรมไปพักผ่อนกันก่อนครับ เดี่ยวเย็นนี้มีไป ต๋องเต็มโต๊ะ ร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังของเชียงใหม่

ปล. แถวที่พักสามารถเดินเล่นย่านนิมมานหรือเที่ยวห้าง “เมญ่า” (https://goo.gl/qXSAiF) ก็ได้นะครับครับ  จากโรงแรมไปห้างไม่ไกลเท่าครับ ประมาณ 1 กม. เท่านั้น

ตลาดระหว่างทางเดินไปยังห้างเมญ่า
ตลาดระหว่างทางเดินไปยังห้างเมญ่า
ตลาดระหว่างทางเดินไปยังห้างเมญ่า
ตลาดระหว่างทางเดินไปยังห้างเมญ่า

เลยตัดสินใจเดินไปช่วงเย็นๆ ครับ ระหว่างทางก็เจอตลาดน่ารักๆด้วย แถมข้างหน้าห้าง เมญ่า ก็มีตลาดนัดเล็กๆให้เลือกซื้อ เลือกชม ได้อีกด้วยครับ พลานเงินกันเป็นว่าเล่นเลย

ตลาดระหว่างทางเดินไปยังห้างเมญ่า
ตลาดระหว่างทางเดินไปยังห้างเมญ่า
ตลาดหน้าห้างเมญ่า
ตลาดหน้าห้างเมญ่า

พอ 6 โมงเย็น ก็ปลุกพ่อกับแม่พร้อมทั้งเรโกะไปทานข้าวเย็น ณ ร้านต๋องเต็มโต๊ะ (https://goo.gl/R8VNtz) กัน ระยะ ราว 100 เมตรจากโรงแรมได้ครับ …. ใช่ครับ 100 เมตร 555555

ร้านนี้ปกติคนจะเยอะมากครับ ถ้าช่วง Hi-season แนะนำถ้าจะมาให้แวะมารับบัตรคิวก่อนถ้าถึงคิวเดียวเค้าโทรบอก แต่ถ้าไม่ใช้ช่วง Hi-season ก็อาจจะมีรอคิวบ้างแต่คิดว่าคงไม่น่าจะนานนะครับ

ต๋องเต็มโต๊ะ - นิมมานเหมินท์
ต๋องเต็มโต๊ะ – นิมมานเหมินท์

ตัวร้านตกแต่งจากบ้านพักเก่าๆ มีต้นไม้ปกคลุมทำให้ร้านดูร่มรื่น โดยส่วนตัวเคยมาร้านนี้แล้ว 1 ครั้ง ติดใจในความอร่อยอย่างบอกไม่ถูก รอบนี้มาก็เลยสั่งมาเต็มโต๊ะแบบนี้หละครับ ทาน 4 คน เอากินกันไปเลย ป๋า แหมะ…

ต๋องเต็มโต๊ะ - นิมมานเหมินท์
ต๋องเต็มโต๊ะ – นิมมานเหมินท์
ต๋องเต็มโต๊ะ - นิมมานเหมินท์
ต๋องเต็มโต๊ะ – นิมมานเหมินท์
ต๋องเต็มโต๊ะ - นิมมานเหมินท์
ต๋องเต็มโต๊ะ – นิมมานเหมินท์
ต๋องเต็มโต๊ะ - นิมมานเหมินท์
ต๋องเต็มโต๊ะ – นิมมานเหมินท์

ทานเสร็จแล้ว อิ่มแล้ว กลิ้งกลับ… เดี่ยวพรุ่งนี้เราจะไปต่อกันที่ดอยอินทนนท์กันครับ

Day 2 – แหกขี้ตา ปะทะความหนาว ณ ดอยอินทนนท์ – 24 มีนาคม 2560

วันนี้เราตื่นกันแต่เช้า (ตี 3.30 น.) เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่ดอยอินทนนท์ครับ การเดินทางไปดอยอินทนนท์นั้นก็มีตัวเลือกให้ตามนี้เลยครับ

  1. หากใครมีรถส่วนตัวก็สามารถเดินทางไปเองได้ ไม่ชำนาญทางขับไม่ต้องเร็วมากนะครับเส้นทางไม่ได้ซับซ้อนเท่าไร
  2. ใครไม่มีรถส่วนตัว ก็แนะนำให้ไปขึ้นรถแถวประตูเมืองเชียงใหม่ได้เลย แล้วก็ต่อรถฟ้า ไปลงหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง แล้วก็ต่อรถสองแถวเหลืองขึ้นดอยอินทนนท์ต่อไปได้เลย (อาจจะเหมาหรือรอคนเต็มก็ได้ แต่อย่าช้านะ เดี่ยวไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น)
  3. เหมารถจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปเลยครับ จบ

ส่วนตัวเลือก ตัวเลือกที่ 3 ครับ พอดีติดต่อพี่กระแตไว้ตั้งแต่เมื่อวาน 5555555 จริงๆ แล้ววางแผนกันไว้จะใช้แผนที่ 2 แต่เนื่องจากอยากให้พ่อกับแม่ไปด้วยเลยไม่อยากให้ท่านลำบากครับ ตัวเลือกนี้หละเวิร์คสุดๆละ สำหรับกรณีนี้

มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ราวๆตี 4 พอดี
มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ราวๆตี 4 พอดี

การเดินทางใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงครับ ออกจากโรงแรมตั้งแต่ ตี 4 กลัวไม่ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น สำหรับใครที่กำลังคิดว่าเที่ยวดอยอินทนนท์ ถ้าไม่ใช้หน้าหนาวไม่ต้องพกเสื้อไป คุณคิดผิด 555555 แม่ง หนาว … หาย เลย เมื่อเราเดินทางมาถึงจะถึงจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนครับ

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น - ดอยอินทนนท์
จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น – ดอยอินทนนท์
จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น - ดอยอินทนนท์
จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น – ดอยอินทนนท์

ผมโชคดีมาก มาถึงพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นพอดี เลยได้เห็นบรรยากาศแบบในภาพนี่หละ ที่นี่หนาวมาก เลยจะมีร้านค้าขายข้าวต้มกับกาแฟร้อนๆ โชคยังดีครับ มีถุงมือ ผ้าคลุมขายอยู่ที่ร้านค้าใกล้ๆ จุดชมวิวอีกด้วย ถือว่ารอดตายจากความหนาวได้ละ 555555

เพิ่มความอุ่นในร่างกายด้วยข้าวต้น + กาแฟ
เพิ่มความอุ่นในร่างกายด้วยข้าวต้ม + กาแฟ

หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จเรียบร้อยเรามีแผนจะเดินขึ้น กิ่วแม่ปาน กันครับ การจะขึ้นไปยังกิ่วแม่ปานเนี้ย… เราจะต้องแจ้งพี่ไกด์ 1 คน ต่อ 1 กรุ๊ปทัวร์ อย่างผมเดินทาง 5 คน ก็จ้างพี่ไกด์มา 1 คน ในราคา 200 บาท ใครที่มาคนเดียวก็ขอติดกรุ๊ปคนอื่นๆ ไปด้วยก็ได้ครับ จะได้ประหยัดและไม่เหงาด้วย เหมือนพี่พิ๊งค์คนนี้ 55555555 กรุ๊ปเราเลยได้ผู้ร่วมเดินทางเพิ่มมาอีกคนครับ

พี่พิ๊งค์ - ผู้ร่วมเดินทาง
ขอบคุณพี่พิ๊งค์ – ผู้ร่วมเดินทาง ที่ทำให้กรุ๊ปเราไม่เหงาเลย 555555

ทางเดินขึ้นไปกิ่วแม่ปานค่อนข้างชัน แต่ไม่มากเท่าไรครับ การจะขึ้นไปได้ถ้าเป็นผู้สูงอายุต้องแข็งแรงพอสมควร ระยะทาง ไป-กลับ ราวๆ 3 กม. แนะนำให้ไปช้าๆ ครับถ้าไม่ไหว

ป๋า แหมะ เดินได้ 300 เมตร ไม่ไหวครับ ถอดใจกลับไปนั้งร้านข้าวต้ม เหลือแต่หนุ่มๆสาวๆ ที่ต้องเดินต่อกัน 55555555 อุตสาพามา โถ่วว….

ระหว่างทางจะมีข้อมูลเกียวกับพื้นที่ในป่า
ระหว่างทางจะมีข้อมูลเกียวกับพื้นที่ในป่า

ตามเส้นทางเดินมีจุดพักเรื่อยๆ ครับ ไม่ต้องกลัวเดินไม่ไหว จะบอกว่าไหวแน่นอน แต่จะถึงกิ่วตอนไหนแค่นั้นหละ 55555 ระหว่างทางคือ บรรยากาศดี เปิดโล่งมากครับ ถ้ามาหน้าหนาว น่าจะได้อีกฟีลนึงเลย มาใกล้หน้าร้อนก็อีกฟีล 55555

วิวระหว่างขาขึ้นไปยังจุดชมวิว - กิ่วแม่ปาน
วิวระหว่างขาขึ้นไปยังจุดชมวิว – กิ่วแม่ปาน

หลังจากเดินมาราวๆ 30 นาที ก็ถึงจุดชมวิวครับ บรรยากาศช่วงเช้าเป็นอะไรที่สดชื่นมาก เสียดายไม่ได้ดูทะเลหมอก บอกกับตัวเองไว้ว่า “ไว้จะมาดูทะเลหมอกใหม่ จำไว้ๆ” 55555555

จุดชมวิว - กิ่วแม่ปาน
ยืนร้องไห้ข้างๆ พี่ไกด์กรุ๊ปอื่นอยู่ ไม่เห็นทะเลหมอก – กิ่วแม่ปาน
จุดชมวิว - กิ่วแม่ปาน
จุดชมวิว – กิ่วแม่ปาน

ที่นี่จะมีกวางป่าอยู่นะครับ ใครโชคดีได้เห็นก็ถือว่ายินดีด้วยครับ ผมไม่เห็น 555555

ในขณะเดินทางพี่ไกด์ก็ได้แนะนำสถานที่ต่างๆ นาๆ มากมายครับ แต่ปัญหาคือ ภาษาเหนือ ที่ช่างไม่คุ้นหูเอาซะเลย เราเลยต้องให้พี่กระแตแปลให้อีกที 55555 เค้าบอก กิ่ว หมายถึง เล็กหรือที่แคบๆ ดังนั้นคำว่า กิ่วแม่ปานเลยหมายถึงเส้นทางแคบๆ บนสันเขาของแม่ปาน

เส้นทางลงจากจุดชมวิว - กิ่วแม่ปาน
เส้นทางลงจากจุดชมวิว – กิ่วแม่ปาน
ถ้าสังเกตุดีๆ ตรงนี้จะมีหินรูปหัวใจอยู่ด้วย เห็นกันไหม ^^
ถ้าสังเกตุดีๆ ตรงนี้จะมีหินรูปหัวใจอยู่ด้วย เห็นกันไหม ^^
เส้นทางลงจากจุดชมวิว - กิ่วแม่ปาน
เส้นทางลงจากจุดชมวิว – กิ่วแม่ปาน

ขากลับจากกิ่วพี่ไกด์อีกคนได้เอาสตอเบอรี่ป่ามาให้ลองทาน ผมไม่รู้นะว่ามันต่างจากสตอเบอรี่ธรรมดายังไง แต่มันหวานมากกกกก และอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยพูดแล้วก็อยากกินอีก ได้กิน 2 ลูกเอง 555555 อีกทั้งยังลืมถ่ายรูปมาด้วย

แวะถ่ายรูปกับป้ายหน่อย ถือว่ามาแล้วนะ อิอิ

มาถึงแล้วนะ - สูงสุดแดนสยาม
มาถึงแล้วนะ – สูงสุดแดนสยาม

ขาลงจะมีอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (https://goo.gl/8NgeSp) สวยๆ ใครอยากชมดอกไม้พืชพรรณนานาชนิดแวะดูได้เลยครับ ด้านบนจะมีให้กราบพระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริทั้งสองด้าน สำหรับผู้สูงอายุก็มีบรรไดเลื่อนให้ด้วยนะ ที่นี่จะเก็บค่าเข้าชม คนละ 20 บาท และถ้าใครมีรถส่วนตัวก็ต้องเสียค่าที่จอดรถด้วยนะ 30 บาทจ้า

ที่นี่ดอกไม้สวยมาก ชอบเลยหละ ใครพอมีเวลาอย่าลืมแวะก่อนนะจ๊ะ

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ขากลับระหว่างทางก็จะมีร้านค้าขายของ ตามร้านต่างๆ ก็จะมีผลไม้บนดอย พืชพัก ไวน์ (ก่อนซื้อ ลองทุกรสจนจะเมา) ได้มาเยอะเหมือนกันคับ แต่ไม่ได้ถ่ายไว้ที่แน่ๆ ได้ไวน์มากินตอนเย็นด้วย 55555 จบจากจุดนี้ก็เดินทางกลับตัวเมืองเชียงใหม่ครับ เพื่อจะพักผ่อนที่โรงแรมและรอเที่ยวต่อ ขากลับก็ใช้เวลา ราวๆ 2.30 ชม. มีแวะตามข้างทางบ้างประปราย แต่ที่แน่ๆ คือง่วงนอนมาก ถึงโรงแรมนี่ไม่หลับครับ ดื่มไวน์และนอนดูทีวีต่อ 5555

ตกเย็นก็เรียก GrabCar ไปร้านพักออกานิคชื่อดังของเชียงใหม่ครับ “โอ้กระจู๋” (https://goo.gl/6H9uDA) ร้านนี้ใครมาเชียงใหม่ ก็ต้องแวะครับ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง คนเยอะเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ รอนานมากกกกกก 5555 สุดท้ายก็ได้กินครับ ด้วยความที่อยากให้พ่อ แม่ลองให้ครบ หลังจากสั่งแล้วก็ได้เมนูมาประมาณนี้

สวนผัก โอ้กะจู๋ ออร์แกนิค (Ohkajhu organic)
สวนผัก โอ้กะจู๋ ออร์แกนิค (Ohkajhu organic)
แสต๊กปลา @ สวนผัก โอ้กะจู๋ ออร์แกนิค (Ohkajhu organic)
แสต๊กปลา @ สวนผัก โอ้กะจู๋ ออร์แกนิค (Ohkajhu organic)
เนื้อริบส์อาย @ สวนผัก โอ้กะจู๋ ออร์แกนิค (Ohkajhu organic)
เนื้อริบส์อาย @ สวนผัก โอ้กะจู๋ ออร์แกนิค (Ohkajhu organic)
กินให้หมดนะ ป๋า แหมะ ^^"
กินให้หมดนะ ป๋า แหมะ ^^”

จุดเด่นของร้านนี้คือ เค้าสามารถทำให้พักสดๆ เข้าได้กับทุกเมนูครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนกินพักน้อย ไม่กินพัก แต่เชื่อเถอะครับลองแล้วจะติดใจ เพราะทุกเมนูของที่นี่คือสดมาก บรรยากาศดี คนเยอะ

โบราณบอกไว้ว่า กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ เลยต่อด้วยร้านที่อยู่ข้างๆ กันเลยครับ ชีวิตชีวา (Cheevit Cheeva) – (https://goo.gl/xGk7oc)

ชีวิตชีวา (Cheevit Cheeva)
ชีวิตชีวา (Cheevit Cheeva)

กินได้ไม่เยอะหรอกครับ อิ่มมากแล้ว พ่อกัับแม่ไม่เคยกินบิงซู ก็ให้ลองหน่อยก็คงไม่แย่ 555555 หลังทานเสร็จก็กลับห้องพักผ่อนกันตามสภาพ เหนื่อยมาก….

Day 3 – ขอสบายๆ ก่อนกลับบ้าน – 25 มีนาคม

ไม่ตื่นเช้ากันเท่าไรครับ วันนี้จะพาเดินกินให้ครบ เริ่มจากอาหารเช้าของโรงแรม (พักมา เพิ่งได้ทานข้าวเช้าโรงแรม) ที่นี่ไม่มีเมนูให้สั่งนะครับ แบบเดียวกันหมด 555555 แต่ถือว่าโอเคนะ ไม่ได้แย่เลย ชื่อเมนูอะไร อย่าถามนะครับ ไม่รู้ววววว…. แต่หน้าตาสวยงามมาก

อาหารเช้าโรงแรม - Chalnatt Hotel
อาหารเช้าโรงแรม – Chalnatt Hotel

ก่อนมามีน้องคนนึง (ไอ้บี้) บอกกับผมว่า “พี่กอล์ฟ ไปลองก๋วยเตี๋ยวอัญชัน ด้วยนะพี่ ร้านนี่เด็ดมาก” รอช้าอยู่ไย เดิน (อีกละ) ไปเลยครับ อยู่ไม่ไกลมาก สามารถเดินไปได้ จะเรียกสองแถวก็รำคาญ ขี้เกียจต่อราคา ห่างจากโรงแรมประมาณ 800 เมตร

พอมาถึงร้าน ก๋วยเตี๋ยวอัญชัน เชียงใหม่ (https://goo.gl/4J6nL7) มันเด็ดจริงๆ คับ คือเด็ดเสิร์ฟแต่ละคนเด็ดมาก (ที่บอกว่าเด็ดหมายถึงอันนี้ใช่ไหม) สาวเหนือน่ารักๆ มาเสิร์ฟอาหารให้คุณถึงโต๊ะ แต่ผมก็ไม่ได้สนอะไรมากหรอกครับ แหม มากับแฟน จะไปกระโตกกระตากได้ไง 555555 ใจเดียวๆ ไม่ได้ถ่ายรูปเค้ามาด้วย อุตสาเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ….

ก็สั่งของกินเล่นตามอัธยาศัยครับ ของผมสั่งหมูกรอบ เค้าบอกว่าที่นี่หมูกรอบก็อร่อย ส่วนเรโกะอิ่มกับข้าวเช้าแล้ว เลยขอดื่มน้ำมะนาวอัญชันก็พอ พ่อกับแม่ก็สั่งก๋วยเตี๋ยวมาลอง ตามที่เค้าว่ากันว่าอร่อย (ใน Facebook เค้าบอกมา)

หมูกรอบร้านนี้ อร่อยมาก จัดว่าเด็ด - ก๋วยเตี๊ยวอัญชัน
หมูกรอบร้านนี้ อร่อยมาก จัดว่าเด็ด – ก๋วยเตี๊ยวอัญชัน
ก๋วยเตี๊ยวอัญชัน
ก๋วยเตี๊ยวอัญชัน

ชอบลูกเล่นร้านนี้นะครับ บางคนอาจจะมองว่ามันธรรมดา แต่ผมเห็นละสนุกดีคือ น้ำมะนาวอัญชัน เค้าให้มาบีบมะนาวเอง จากน้ำสีฟ้าจะกลายเป็นสีม่วงเองสนุกดี 55555 ใครสงสัยเอาไปค้นต่อเองนะว่าทำไม (ไม่ได้ถ่ายตอนมันเปลียนสี ไม่รู้มาก่อนไง ว่าจะเปลี่ยน โถ่วว….ไบรอั้น)

จากสีฟ้าอัญชัน
จากสีฟ้าอัญชัน
ใส่มะนาวแล้วเปลี่ยนสีได้ด้วย -0-
ใส่มะนาวแล้วเปลี่ยนสีได้ด้วย -0-

ทานเสร็จก็กลับมาโรงแรมและ Checkout กันก่อนนะครับ แล้วก็ฝากของไว้ที่โรงแรม และไปดอยสุเทพก่อน ผมเหมาขึ้นเลยครับ โดยตกลงว่า ขอเหมาสองแถวขึ้นดอยสุดเทพ ขึ้น-ลง และขากลับไปส่งที่ตลาดวโรรส (กาดหลวง) เชียงใหม่ ด้วยนะในราคา คนละ 100 บาท ตก 4 คนก็ 400 บาทจ้าาาาา

เมื่อไปถึงก็ไปทำบุณกันก่อนเลย บนนี้ทัวร์จีนเยอะมาก เอาจริงๆ ทั้งเชียงใหม่เลยหละ ทัวร์จีนเยอะฟุดๆ

แดดกำลังร้อนได้ที่เลย -0- @ ดอยสุเทพ
แดดกำลังร้อนได้ที่เลย -0- @ ดอยสุเทพ

ทำบุญไว้พระขอให้ปีนี้พบเจอแต่สิ่งดีๆ @ ดอยสุดเทพ
ทำบุญไว้พระขอให้ปีนี้พบเจอแต่สิ่งดีๆ @ ดอยสุดเทพ

แดดออกฟ้าเปิดก็ไปที่จุดชมวิวเพื่อชมบรรยากาศเมืองเชียงใหม่กัน ปัญหาคือ แม่กลัวความสูง ไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดไปใกล้ 55555 เลยให้ยืนรอ ถัดออกไป ส่วนผมก็ออกไปเป็นช่างภาพให้เรโกะ

จุดชมวิว - ดอยสุเทพ
จุดชมวิว – ดอยสุเทพ

ลงจากดอยสุเทพมาครับ ไม่อยากจะเชื่อ เรโกะ เมารถ 555555555555 ขากลับก็แวะเข้าตลาดวโรรส (กาดหลวง) – (https://goo.gl/3fI5Ez) เลยครับ ที่นี่ของฝากเยอะ โดยเฉพาะน้ำพริกหนุ่ม + ไส้อั่ว + หมูกระจก ซื้อมาหมดละ คือคนรอขอฝากเยอะมาก 55555 แบกกลับจะไม่ไหวเอา

ทางเข้าตลาดวโรรส (กาดหลวง) จุดแวะซื้อของฝากกลับบบ้าน
ทางเข้าตลาดวโรรส (กาดหลวง) จุดแวะซื้อของฝากกลับบบ้าน
ร้านไส้อั่ว + น้ำพริกหนุ่ม ชื่อดังในตลาดนี้ - ตลาดวโรรส (กาดหลวง)
ร้านไส้อั่ว + น้ำพริกหนุ่ม ชื่อดังในตลาดนี้ – ตลาดวโรรส (กาดหลวง)

ซื้อของเสร็จแล้วก็แวะกลับโรงแรมและทานเข้าบ่าย …. ที่ร้าน Zood Zood (https://goo.gl/Hqpwuk) ใกล้ๆ โรงแรมครับ ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารคุณภาพเยี่ยม แต่ราคากันเอง มาที่นี่เลยครับ แนะนำเป็นอย่างมาก ร้านสะอาด น่ารัก ราคาปกติในย่านดัง ถือว่าหาได้ไม่ง่ายเลย

ร้าน Zood Zood - นิมมานเหมินท์
ร้าน Zood Zood – นิมมานเหมินท์

ระหว่างรออาหาร เค้ามี Bingo ให้เล่นเพื่อฆ่าเวลากันด้วย ผลคือ เล่น 3 เกมส์ พ่อชนะหมด 3 เกมส์ (เหมือนขี้โกง)

ที่ร้านมี Bingo ให้เล่นระหว่างรอด้วย - Zood Zood
ที่ร้านมี Bingo ให้เล่นระหว่างรอด้วย – Zood Zood

ส่วนอาหารก็มีตามนี้ ชื่อเมนูอาหาร เดี่ยวตามมาบอกนะ จำไม่ได้

ไม่ไหวละ ขอทานก่อนแล้วกัน หิววววววว
ไม่ไหวละ ขอทานก่อนแล้วกัน หิววววววว
จำชื่อไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าสาวๆ อะไรเชียงใหม่นี่หละ
จำชื่อไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าสาวๆ อะไรเชียงใหม่นี่หละ

ทานเสร็จแล้วก็แวะรับกระเป๋าคืนที่โรงแรมและเดินทางสู่สนามบินเพื่อกลับบ้านกันเลยจ้า

กลับแย้วน้าาาาาาา สนุกมากๆ มาอีกแน่นอน <3 Chaing Mai
กลับแย้วน้าาาาาาา สนุกมากๆ มาอีกแน่นอน

ทริปนี้เป็นทริปที่อยากจะพาพ่อกับแม่มาเที่ยวสนุกๆ พาท่านทานอาหารพื้นเมือง อาหารชื่อดังที่เชียงใหม่ ดังนั้นการเที่ยวจะไม่ได้ Backpack มากเท่าไรนะจ๊ะ ไว้มีโอกาสจะพาไปตะลุย Backpack กับเรโกะ แล้วจะมาเขียนรีวิวอีกน้าาาาาาา ยังไงก็อย่าลืมติดตามผลงานกันอีกนะจ๊ะ ปีหน้ามีอย่างน้อยละ 1 ที่ คือ เขือนเชี่ยวหลาน จ.สุราษธานี

ก่อนจะจบนี้อยากให้ทุกคนหันมาเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆ นะจ๊ะ เมืองไทยเรายังมีที่เที่ยวอีกมากมายที่น่าสนใจ บ้ายบาย…… ไว้เจอกันทริปหน้า

DSCF5220

สุดท้ายทริปนี้สนันสนุนโดย เรื่องเล่าผี – Shock Special ! เหงาๆ ก็อย่าลืมโหลดมาฟังกันนะจ๊ะ อยู่บนเครื่องบินก็ฟังได้ แค่โหลดไว้แบบ Offline จ้าาาาา Wooowwwww 555555 #ขายของ

ช่วงขายของ - เรื่องเล่าผี Shock Special
ช่วงขายของ – เรื่องเล่าผี Shock Special

 

Recent Posts

Recent Comments

Archives

Categories

Meta

imalice Written by:

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *